อาหารอีสาน

อาหารอีสาน

ก้อยเนื้อ

เมนูอาหารอีสานที่จัดว่าขึ้นชื่อและหลายคนต้องรู้จัก คงหนีไม่พ้นเมนู “ก้อยเนื้อ” เพราะซิกเนเจอร์ของเมนูนี้คือความดิบของเนื้อที่เอามาคลุกเคล้ากับเครื่องลาบ เสิร์ฟเนื้อแบบสดๆ แดงๆ ทานคู่กับผักสดและข้าวเหนียวร้อนๆ บอกเลยว่ารสชาติถึงอีสาน แม้ตัวจะยืนอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ตาม แต่จิ๋วแนะนำให้ใช้เนื้อวัวที่สดและสะอาด เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่จะทำให้เราท้องเสีย ถ้าพร้อมแล้วเรามาเข้าครัวกันเลย วัตถุดิบ 1.

อาหารชั้นสูง

แกงผักหวานไข่มดแดง เครื่องปรุงและวัตถุดิบ 1.ไข่มดแดง 100 กรัม 2.ยอดผักหวานป่า 3.ปลาทูแกะเนื้อ 2 ตัว 4.เห็ด 5.น้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ 6.น้ำปลา 3

ลาบเทา

วันนี้เราจะพามารู้จักกับลาบเทากันนะ ลาบเทาเป็นอาหารอีกอย่าหนึ่งของภาคอีสาน ที่เป็นอาหารที่หาได้ตามธรรมชาติ “เทา”เป็นพืชน้ำที่อยู่ตามแม่น้ำลำคลองตามธรรมชาติในทุ่งไร่ปลายนาทั่วไป และเป็นพืชน้ำหรือสาหร่ายน้ำจืดที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารพื้นบ้านทางแถบภาคอิสานเป็นเสียส่วนใหญ่น่ะค่ะ จริงๆแล้วท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ค่ะว่า”เทา”ที่เรานำมาลาบแบบแซ่บๆนี่คือ สาหร่ายน้ำจืดมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า Spirogyra(สไปโรไจรา)นอกจากจะกินแล้วแซ่บและอิ่มท้องแล้วยังมีประโยชน์ด้านความงามอีกด้วย เทาบ้านเราตามที่รู้ๆกันก็คือจะชอบขึ้นอยู่ในน้ำที่สะอาดจะมีอยู่ในน้ำที่ไหลช้าๆเอื่อยๆและในน้ำนิ่งทั่วไป และที่สำคัญ”เทา”บ่ได้กินกันแต่แถวบ้านเฮาเด้อซิบอกให้ แถวพม่า,เวียดนามและประเทศอินเดีย ก็นิยมกินลาบเทาคือกันกับบ้านเฮาเลยเด้อ ลาบเทาอยากให้แซ่บและสะอาดปลอดภัยแล้วล่ะก็บ้านน้อยก็มีสูตรเด็ดและทีเด็ดมาฝากด้วยนั่นก็คือ การล้างเทาต้องล้างใส่ตะแกรงแล้วเปิดน้ำแรงๆให้ไหลผ่านเก็บเศษใบไม้เศษดินต่างๆออกให้หมดประมาณสามสี่น้ำ ปั้นเอาน้ำออกแล้วก็มาฟักมาสับเทาเหมือนสับเหมือนสับหมูนี่แหละค่ะ

อาหารอีสาน หมาน้อย

อิสานมีวัฒนธรรมการกินอาหารที่แปลกมาแต่อดีต กล่าวคือ ชาวอิสานสามารถแสวงหาอาหารได้รอบตัวเช่น แมลงต่างๆ นก หนู และสัตว์อื่นๆ ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมของชาวอิสานเองที่ชอบการเป็นอยู่หรือการดำรงชีวิตอิงอยู่กับธรรมชาติโดยมีป่าเป็นเสมือนแหล่งวัตถุดิบหลักในการนำมาประกอบอาหาร และ/หรือการที่ชาวอิสานเหล่านั้นต้องเผชิญกับความทุกข์ยากจากธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง แหล่งน้ำเหือดแห้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เกิดน้ำหลาก และความทุกข์ที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ

สรรพคุณของมะละกอ หรือ ภาษาอีสานเรียกว่า บักหุ่ง

  มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มารดามีน้ำนมมากขึ้น มะละกอมีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง มะละกอมีเอนไซม์ที่เป็นยาช่วยย่อยอาหาร ช่วยป้องกันลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟันได้ ช่วยรักษาอาการขัดเบา ด้วยการใช้รากสดประมาณ 1 กำมือ รากแห้งอีกครึ่งกำมือ หั่นแล้วนำมาต้มกับน้ำ แล้วนำน้ำมาดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนมื้ออาหาร เป็นยาระบายอ่อน

คุณค่าทางโภชนาการของมะละกอดิบ ต่อ 100 กรัม

หลายคนชอบที่จะกินมะละกอดิบโดยการนำมาทำส้มตำสะส่วนมากโดยที่หลายคนก็ไม่รู้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการของมะละกอดิบนั่นมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั่น เราควรมารู้กันว่ามันมีอะไรบ้างที่ทำให้เรายิ่งอย่ากินมันมากขึ้นไปอีก พลังงาน 43 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 10.82 กรัม น้ำตาล 7.82 กรัม เส้นใย 1.7 กรัม

แกงส้มมะละกอ(เจ) หรือแกงส้มบักหุ่ง

มะละกอเป็นได้ทั้งอาหารคาวและหวาน แกงส้มมะละกอใส่กระชายเป็นสูตรโบราณ แกงเสร็จทานเลยก็อร่อย แต่ถ้าค้างคืนจะอร่อยมากขึ้น กระชายช่วยปรับสมดุลย์ฮอร์โมนต่างในร่างกายและบำรุงกระดูก เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากอีสานที่สารพัดประโยชน์ ส่วนผสม มะละกอดิบ 1 ลูก แครอท 1/2 ลูก พริกชี้ฟ้าแดง 2-3

9 ประโยชน์ของมะละกอ หรือ ภาษาอีสานเรียกว่า บักหุ่ง

มะละกอมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ซึ่งช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ ช่วยในการชะลอวัย ลดเลือน และป้องกันการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น สามารถนำมาใช้เป็นทรีตเมนต์ทำหน้าให้หน้าใสได้อีกด้วย ด้วยการนำมะละกอสุกผสมกับน้ำผึ้งและนมสด แล้วนำมาปั่นให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำมาทาผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วค่อยล้างออก

ตำบักหุ่ง หรือ ตำมะละกอ หรือ ที่เรารู้จักกันดีในนามของ ส้มตำ

ตำบักหุ่ง (ส้มตำ) อาหารขึ้นชื่อของภาคอีสานอย่าง ส้มตำ คนอีสานจะนิยมเรียกว่า ตำบักหุ่ง ในภาษาอีสานเรียก มะละกอ ว่า บักหุ่งหรือหมากหุ่ง มะละกอตำให้เข้าเครื่องกับปลาร้านัว ๆ เป็นเมนูที่กินง่าย อาหารหลักของคนอีสานกันเลยค่ะ ส้มซั่ว